วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2558

เป้าหมายของคนที่มีลูกมักจะให้ลูกแข็งแรงและมีความฉลาด หากท่านเลี้ยงลูกด้วยนมตัวเองลูกของท่านก็จะแข็งแรงและมีความฉลาด ขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ที่เลี้ยงลูดด้วยนมตัวเอง นอกจากเด็กจะได้รับภูมิคุ้มกันจากตัวท่าน ได้รับความอบอุ่น และความใกล้ชิด ท่านยังสามารถเติมสารอาหารที่มีความจำเป็นให้กับเด็ก ดังนั้นไม่ว่าท่านรับประทานอะไรก็อาจจะส่งผลต่อเด็ก ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารที่มีคุณภาพสำหรับเด็กด้วย
ปลา Salmon
เป็นที่ทราบกันดีว่าปลาชนิดนี้จะมีกรดไขมันที่เรียกว่า DHA หรือที่เรียกว่าน้ำมันปลา กรดไขมันชนิดนี้จะมีประโยชน์ในการพัฒนาของเซลล์สมองของเด็ก และมีผลดีต่ออารมณ์ของตัวคุณแม่ แต่ต้องระวังปลาบางชนิดที่มีสารปรอทเจือปนสูง เช่นปลา shark, swordfish, king mackerel, or tilefish.



วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ชาเขียว (Green tea) 
เป็นชาที่นิยมดื่มกันอย่างแพร่หลาย ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งชาแต่ละชนิด จะมีฤดูกาลเก็บเกี่ยวและวิธีการบ่มที่แตกต่างกัน กรรมวิธีการผลิตชานั้น ทำได้โดย การนำใบชาสด มาอบกับไอน้ำ เพื่อให้ใบชาหยุดการดูดเอาออกซิเจนเข้าไป แล้วนำมากดทับหรือม้วน เพื่อให้ได้ใบชาที่เรียวยาว และนำไปอบหรือคั่วให้แห้ง ดังนั้น ชาเขียวจึงเป็นชาที่มีกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม ปัจจุบันนี้ชาเขียวมีมากมายหลายประเภท แต่หนึ่งในชาเขียวที่เป็นที่นิยมมากได้แก่ “เกนมัยชา” (Genmaicha) ที่มีส่วนผสมของ ใบชาชั้นเลิศ อันได้แก่
เซนชา เป็นชาที่นิยมมากในประเทศญี่ปุ่น ใบชานี้เป็นรุ่นแรกของฤดูกาลเก็บเกี่ยว จะมีลักษณะใบเรียวยาว เมื่อนำมาชง จะได้น้ำชาเขียวที่มีสีทองสุกสว่าง รสชาติแน่น
มัทชา เป็นชาเขียวชั้นดีที่สุดของญี่ปุ่น ผลิตจากการนำยอดอ่อนของใบชา มาทำเป็นมัทชา และชาชนิดนี้ ยังใช้ในพิธีชงชาของญี่ปุ่นอีกด้วย
ข้าวตอก เป็นเมล็ดข้าวญี่ปุ่นที่นำมาคั่ว ใส่เพื่อเสริมรสชาติและความ
าวญี่ปุ่นถูกปลูกฝังว่า ต้องรับประทานอาหารให้ครบทั้งจากภูเขาและท้องทะเลอาหารจากภูเขาคือ ผักตามฤดูกาล พืชธัญญาหาร ตลอดจนข้าวเมล็ดต่างๆส่วนอาหารจากท้องทะเลก็คือปลาทะเลต่างๆ สาหร่ายทะเล กุ้ง หอย ปู เป็นสำคัญ อาหารทะเลถือว่าเป็นอาหารแห่งชีวิตของชาวญี่ปุ่น แต่มีความสำคัญน้อยกว่าอาหารที่ผลิตจากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ มิโสะ เต้าเจี้ยว และซอสต่างๆ ที่หมักจากถั่วเหลือง
     วิธีการทำอาหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่ ใช้วิธีนึ่ง ต้ม ทำให้อาหารคงรสชาติตามธรรมชาติมากที่สุด ข้าวจะเป็นอาหารหลักกับข้าวจึงปรุงมาจากอาหารทะเล ผักสดชนิดต่างๆเครื่องปรุงรส ซอสหรือซีอิ๊ว และอุปกรณ์ที่สำคัญ คือ ตะเกียบ อาหารญี่ปุ่นเมื่อรับประทานแล้วจะรู้สึกสะอาดปาก และสบายท้อง เป็นเพราะใช้ของสดใหม่จากภูเขาและท้องทะเล แหล่งที่มาของอาหารแมคโครไบโอติกส์ซึ่งบ้านเรารู้จักในชื่อของ อาหารชีวจิต

อาหารญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ มีดังนี้
ซูชิ( 寿司 sushi) 
     ซูชิ หรือ ข้าวปั้นมีหน้า เป็นอาหารญี่ปุ่น ที่ข้าวมีส่วนผสมของน้ำส้มสายชู และกินคู่กับปลา เนื้อ หรือ ของคาวชนิดต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น 
ประเภทของซูชิ
1.)นิงิริซูชิ (Nigiri Sushi) เป็นซูชิพบได้บ่อยในภัตตาคาร ซูชิจะมีลักษณะข้าวเป็นก้อนรูปวงรีแล้ววางเนื้อปลาดิบ ปลาหมึก ฯลฯ ไว้ข้างบน อาจจะใส่วาซาบิเล็กน้อย หรือตกแต่งด้วยสาหร่ายทะเลก็ได้ ซูชิแบบนี้เป็นที่นิยมมากที่สุด
2.)มากิซูชิ (Maki Sushi) มีวิธีทำ 3 แบบด้วยกัน (1) ม้วนข้าวไว้ด้านในสาหร่ายทะเลอยู่ด้านนอก (2) ม้วนสลับกับแบบแรกโดยที่สาหร่ายอยู่ด้านในส่วนข้าวอยู่ด้านนอก (3) ห่อเป็นรูปกรวย เรียกว่า แคลิฟอร์เนียเทมากิ
3.)ชิราชิซูชิ (Chirashi Sushi) เป็นการจัดปลาดิบ ปลาหมึก กุ้ง ผัก ฯลฯ ที่หั่นเป็นชิ้นๆ วางเรียงบนข้าวที่ใส่อยู่ในกล่อง
4.)โอชิซูชิ (Oshi Sushi) หรือรูปแบบคันไซจากเมืองโอซาก้า เอาข้าวมาอัดลงในแม่พิมพ์รูปสี่เหลี่ยมตามยาวหั่นขนาดพอดีให้รับประทานเป็นคำๆ แล้ววางเนื้อปลาไว้ด้านบน
5.)อินะริซูชิ ซูชิที่นำเนื้อมาใส่ในเต้าหู้ที่มีลักษณะเป็นถุง
ราเม็ง (らーめん ramen)
     ราเม็ง เป็นบะหมี่น้ำของญี่ปุ่น ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ราเม็งมักจะทานคู่กับ เนื้อหมู สาหร่าย คะมะโบะโกะ ต้นหอม และบางครั้งจะมีข้าวโพด ราเม็งมีการปรุงรสแตกต่างกันตามแต่ละจังหวัดในญี่ปุ่น เช่นในเกาะคีวชู ต้นกำเนิดของทงโคสึราเม็ง (ราเม็งซุปกระดูกหมู) หรือในเกาะฮกไกโด ต้นกำเนิดของมิโซะราเม็ง (ราเม็งเต้าเจี้ยว)


ว่าแล้วก็มาดูกันซิว่า อาหารเช้า มีคุณประโยชน์อย่างไรบ้าง
1.อาหารเช้าช่วยควบคุมโรคอ้วน และน้ำหนักได้เป็นอย่างดี
2.ผลการวิจัยจากสมาคมแพทย์โรคหัวใจในอเมริกาเมื่อปี 2003 พบว่า การรับประทานอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมอ อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดสมองและโรคหัวใจได้ด้วย
3.มีการวิจัยพบว่า การรับประทานอาหารเช้ามีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพการเรียน การทำงาน
4.ช่วยลดโอกาสเกิดโรคนิ่ว
5. ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้ 
6.สำหรับเด็ก ๆ การอดอาหารเช้าเป็นประจำ อาจทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ
แล้วเราควรทานอะไรเป็นอาหารเช้าอะไรดีล่ะ

           หากไม่มีเวลาคิด หรือคิดไม่ออกว่า ควรจะทานอาหารเช้าอะไรดีจึงจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เราก็มีเมนูง่าย ๆ มาแนะนำกัน

1.ซีเรียล หรือ คอร์นเฟลก

           ข้าวโพดแผ่นบางกรอบราดด้วยนม ถือเป็นอาหารเช้าที่เข้าท่าทีเดียว สำหรับคนที่อาจไม่มีเวลาทานข้าวเช้า นอกจากจะได้ความอร่อยแล้ว ยังให้พลังงาน แถมคอร์นเฟลกยังมีไขมันต่ำอีกด้วย ถ้าจะให้ดีลองผสมผลไม้สดลงไปในคอร์นเฟลกด้วย ก็จะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนค่ะ

2.ปลา

           ปลา เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโอเมก้า-3 ซึ่งมีผลต่อประสิทธิภาพของสมองโดยตรง แถมยังเป็นเนื้อสัตว์ที่ไม่มีไขมัน รับรองว่าไม่ทำให้อ้วนแน่นอนค่ะ

3.ไข่

           อาหารเช้ายอดฮิตบนโต๊ะอาหารของหลาย ๆ บ้าน ไม่ว่าจะเป็นไข่ดาว ไข่เจียว ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น ล้วนเป็นอาหารจานโปรดของใครหลาย ๆ คน และเป็นอาหารที่มีสารอาหารหลากหลาย ทั้งโปรตีน วิตามินบี 12 และสังกะสี แถมยังช่วยเสริมสร้างความจำ และซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอของสมองอีกด้วย จึงดีต่อสุขภาพแน่ ๆ ค่ะ แต่ว่าก็มีข้อควรระวังนิดหนึ่ง คือ ไม่ควรทาน "ไข่แดง" ให้มากเกินไป เพราะจะทำให้ระดับคอเลสเตอรอลสูงขึ้นได้ง่าย ๆ 

4.โยเกิร์ต

           อีกหนึ่งอาหารเช้ายอดฮิตที่หาซื้อ หาทานได้ง่ายทีเดียว แถมยังเป็นอาหารที่มีโปรตีนจำพวกกรดอะมิโนสูง มีผลต่อระบบขับถ่าย และไม่ทำให้อ้วนด้วยล่ะ

5.ผักผลไม้

           ประกอบไปด้วยแร่ธาตุ วิตามิน และเส้นใยในปริมาณมาก ฉะนั้นแล้วเราควรทานผักผลไม้ทุกวัน โดยเริ่มตั้งแต่เช้าวันใหม่เลย และไม่ควรเลือกทานผลไม้ที่มีรสหวานจัดจนเกินไป เพราะหากระดับน้ำตาลในเลือดมากเกินไป จะทำให้สมองมึนซึม คิดอะไรไม่ค่อยออก แถมยังต้องนั่งง่วงอีกด้วย

6.ธัญพืชไม่ขัดสี

           ไม่ว่าจะเป็นลูกเดือย ขนมปังโฮลวีท เหล่านี้เป็นอาหารที่มีเส้นใยสูง และเป็นคาร์โบ"ฮเดรตเชิงซ้อนที่ให้พลังงานได้นาน

7.ข้าว

           ปิดท้ายที่อาหารหลักของคนไทยอย่าง "ข้าว" นั่นเอง รู้ไหมว่า ข้าวมีคุณสมบัติช่วยให้ระบบการย่อยของร่างกายทำงานเป็นปกติ แถมยังเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ช่วยชาร์จพลังงานยามเช้าให้เราได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าจะอยากได้รับประโยชน์จากข้าวแบบเต็ม ๆ แล้วล่ะก็ ลองเลือกทาน "ข้าวซ้อมมือ" หรือ "ข้าวกล้อง" ดูสิคะ จะได้รับวิตามินเพิ่มเติม แถมอิ่มไปทั้งมื้อด้วย

วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

อะไรจะดีไปกว่าการได้รับประทานอาหารเช้าอร่อยๆ ก่อนออกไปทำงานหรือไปเรียน สำหรับวันนี้อร่อยเหาะดอทคอมขอแนะนำสูตรเครปแฮมไข่ดาว ใช้แป้งเครปที่ทอดพอสุก วางแฮมลงไป พับเป็นสี่เหลี่ยม ตอกไข่ลงบนด้านบน อบในเตาอบอีกเพียงไม่นาน เสร็จแล้วโรยด้วยเกลือ พริกไทยเล็กน้อย และพาสลีย์ เพียงเท่านี้ก็ได้เมนูอาหารเช้าที่เพียบพร้อมไปด้วยโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต เพิ่มกำลังกายในยามเช้าได้อย่างดีค่ะ 


rating107
(สำหรับเครป 9 ชิ้น)
แป้งสาลี 1 ถ้วย
น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/4 ช้อนชา
นม 1 + 1/2 ถ้วย
ไข่ไก่ใบใหญ่ 4 ฟอง
เนยละลาย 3 ช้อนโต๊ะ + เนยอีกเล็กน้อยสำหรับทอดเครป
แฮมสไลด์บาง 9 แผ่น
ไข่ไก่ 9 ฟอง (สำหรับทำไข่ดาวด้านบน)
ใบพาสลีย์สับ
1. ผสมแป้ง น้ำตาล เกลือ ไข่ไก่ใบใหญ่ 4 ฟอง และเนยละลาย 3 ช้อนโต๊ะ ในเครื่องปั่น ปั่นที่ high ประมาณ 30 วินาทีจนส่วนผสมเข้ากัน ทิ้งไว้ 15 นาที
2. อุ่นกระทะเทฟลอน (ในสูตรใช้กระทะขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12 นิ้ว) ใช้ไฟปานกลาง ใส่เนยเล็กน้อย เทส่วนผสมแป้งในข้อ 1 ลงในกระทะประมาณ 1/3 ถ้วยสำหรับเครป 1 ชิ้น ปาดแป้งเป็นวงกลมให้ทั่วกระทะ ทอดจนเครปด้านล่างเป็นสีน้ำตาล ใช้เวลาประมาณ 2 นาที
3. เสร็จแล้วให้กลับด้านเครป ทอดต่ออีก 1- 2 นาที จากนั้นให้พักลงบนกระดาษแวกซ์ ทอดแป้งที่เหลือจนครบ 9 แผ่น
4. จากนั้นให้วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 350 F (176 C)
5. วางเครปลงบนแผ่นรองอบ จากนั้นวางแฮมสไลด์ลงตรงกลางเครปแล้วค่อยๆตอกไข่ลงบนแฮม พับเครปทั้งสี่ด้านเข้าหาตรงกลางตามรูป โรยเกลือและพริกไทย (ถ้าต้องการเพิ่มความอร่อยให้ใส่ชีสลงไป) อบประมาณ 10 -12 นาที จนไข่ขาวสุก โรยด้วยใบพาสลีย์ แค่นี้ก็ได้เครปอร่อยๆไว้รับประทานยามเช้าแล้วค่ะ

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

สมุนไพรรสเปรี้ยวมีมากมายที่เรารู้จักกันดี อาทิ 

           กระเจี๊ยบแดง ขับเมือกมันในลำไส้ออก นิยมทำเครื่องดื่มน้ำกระเจี๊ยบดับกระหายคลายร้อน 

           ชะมวง คุมธาตุ ช่วยย่อย ระบายท้อง มะกอก คุมธาตุ ช่วยย่อย แก้ธาตุพิการ แก้บิด 

           มะขาม แก้บิด ขับลมในลำไส้ ช่วยขับเสมหะ แก้ไอ เป็นยาระบายท้อง ช่วยการขับถ่ายได้ดี แก้กระหายคลายร้อน 

           มะเฟือง มีวิตามินซีสูง และเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีสารแอนติออกซิแดนต์ ช่วยปกป้องต่อต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการผลิตเม็ดสีน้ำตาลหรือฝ้า ช่วยให้ฝ้าหนาหรือฝ้าที่สะสมมาเป็นเวลานานจางหาย พร้อมช่วยซ่อมแซมผิว 

           ฝรั่ง ช่วยลดระดับไขมันในเลือด เหมาะกับผู้ป่วยเส้นเลือดอุดตัน ช่วยลดสารพิษในร่างกาย และป้องกันไม่ให้ไขมันจับที่ผนังหลอดเลือด ผู้ป่วยเป็นโรคโลหิตจางไม่ควรทาน 

           สับปะรด มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูงช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ช่วยย่อยอาหาร ลดอาการแน่นท้อง ลดอาการอักเสบบวม ซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอ ช่วยขับเสมหะ 

           ส้ม มีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา 

           มะเขือเทศ ช่วยให้ร่างกายเกิดความสดชื่น ผิวพรรณผ่องใส ช่วยให้การย่อยอาหารดีขึ้น ช่วยฟอกเลือดและป้องกันมะเร็ง 



           แอปเปิล มีสารช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ทำให้การขับถ่ายดีขึ้น ปรับสมดุลการย่อยของอาหาร แก้โรคท้องร่วง ลดกรดในกระเพาะอาหาร บำรุงกระเพาะและช่วยย่อย ละลายเสมหะ 

           มะขามแขก เป็นยาถ่ายที่มีประวัตินานเกือบ 100 ปี สารแอนทราควิโนนจะมีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ ทำให้ถ่ายท้องได้ และการค้นคว้าศึกษาพบว่า การใช้มะขามแขกนาน ๆ จะทำให้เกิดการขาดสารโปแตสเซียมได้ ถ้าจำเป็นต้องใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรรับประทานโปแตสเซียมด้วย 

           มะนาว จัดเป็นยาสมุนไพรที่รู้จักใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางทั่วโลก เปลือกผลรสขม ช่วยขับลม น้ำมะนาวรสเปรี้ยวจัด เป็นยาขับเสมหะ เมื่อก่อนตามชนบทเมื่อเด็กหกล้มหัวโนจะใช้น้ำมะนาวผสมกับดินสอพองโปะบริเวณที่หัวโน จะทำให้เย็นและยุบเร็ว ผิวเปลือกของมะนาวมีน้ำมันหอมระเหย (Volatile oil) มีฤทธิ์ขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ น้ำมะนาวมีฤทธิ์รักษาโรคลักปิดลักเปิดเนื่องจากมีวิตามินซี ส่วนฤทธิ์ในการแก้ไอ ขับเสมหะ เนื่องมาจากกรดที่มีอยู่ในน้ำมะนาวกระตุ้นให้มีการขับน้ำลายออกมาทำให้ชุ่มคอ จึงลดอาการไอได้    
 ไมยราบ 



          ต้นไมยราบที่ใครหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแค่วัชพืชนั้น ความจริงแล้วเป็นสมุนไพรที่มีคุณสมบัติทางยาอยู่มากทีเดียว ได้แก่ แก้ไอ ขับเสมหะ รักษาอาการหลอดลมและกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยลดคอเลสเตอรอล และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เราสามารถนำต้นไมยราบมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งต้นเลยค่ะ โดยนำมาต้มกับน้ำ ใช้จิบบำรุงร่างกายได้เหมือนเครื่องดื่มประเภทชา 


วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ต้มข่าหมูเด้ง เมนูพิเศษจากคนอร์ที่นำเอาหมูเด้งมาใช้เป็นส่วนผสมหลักแทนเนื้อหมู เนื้อไก่ ธรรมดา อีกทั้งยังมีรสชาติกลมกล่อมจากคนอร์สูตรสำเร็จต้มข่าเป็นเครื่องปรุงรส เรียกได้ว่า อาหารจานนี้ก็เป็นอาหารจานเด็ดได้อย่างง่ายดาย

ส่วนประกอบ


  • หมูเด้ง 200 กรัม
  • เห็ดออรินจิหั่นชิ้นพอคำ 120 กรัม
  • หัวกะทิ (150 มล.) 3/4 ถ้วยตวง
  • น้ำ (375 มล.) 1 ½ ถ้วยตวง
  • ข่าหั่นแว่น 6-7 แว่น
  • ตะไคร้หั่นแฉลบ 1 ต้น
  • ใบมะกรูดฉีก 3-4 ใบ
  • คนอร์สูตรสำเร็จต้มข่า 1 ซอง
  • ผักชีฝรั่งหั่นท่อน 1 ซม. 1 ต้นเล็ก
  • พริกขี้หนูแดงบุบ 2-3 เม็ด

วิธีทำ

  • ตั้งหม้อต้มน้ำและหัวกะทิบนไฟกลางพอเดือด ใส่คนอร์สูตรสำเร็จต้มข่าลงไป คนให้ละลาย
  • ใส่เห็ด ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดลงไปต้มพอเดือด ปั้นหมูเด้งเป็นก้อนใส่ลงในน้ำต้มข่า ต้มจนสุก
  • โรยหน้าด้วยใบผักชี และ พริกสด จัดใส่ชามพร้อมเสิร์ฟ
อาหารไทย
image